กฎระเบียบอาหารอินทรีย์ ( organic food ) ของ USA

กฎระเบียบอาหารอินทรีย์ ( organic food ) ของ USA

สถานการณ์ทั่วไปของตลาด

แม้ว่าสหรัฐฯจะเป็นตลาดของกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญต่อสุขภาพอนามัยในระดัยที่สูงกว่าหลายๆ ประเทศ แต่ตลาดอาหารอินทรีย์ ( organic food )ของสหรัฐฯในขณะนี้ยังคงเป็นตลาดขนาดเล็ก และแม้ว่าจะมีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในระยะแรกของการเติบโตคาดว่าจะเกิดขึ้นพาะกลุมผู้บริโภคที่มีความสนใจหรือที่ทำการบริโภคอาหารอินทรีย์ (organic food ) อยู่แล้วนั้น การเติบโตในตลาดผู้บริโภคทั่วไปยังคงไม่เกิดขึ้นในขณะนี้และคาดว่าอาจใช้เวลาอีกนาน

อาจกล่าวได้ว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้อาหารอินทรีย์ไม่เป็นที่นิยมบริโภคแพร่หลายในขณะนี้ก็คือราคาอาหารอินทรีย์ที่อยู่ใรระดับที่สูงกว่าอาหารปกติธรรมดาเป็นอย่างมาก และความไม่ชัดเจนของการจัดประเภทอาหารอินทรีย์และผลประโยชน์ที่จะได้รับจาการบริโภค

ในขณะเดียวกันอาจกล่าวได้ว่าแนวโน้มการเติบโตของการบริโภคอาหารอินทรีย์ในกลุ่มผู้ที่เคยบริโภคอยู่แล้วในสหรัฐฯเป็นผลสืบเนืองมาจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมการผลิตและการค้าปลีกอาหารอินทรีย์

ลักษณะของกลุ่มผู้บริโภคอาหารอินทรีย์ในสหรัฐฯในขณะนี้ไม่มีรูปแบบตายตัว กล่าวคือ เป็นผู้บริโภคทุกระดับวัย ระดับเศรษฐกิจ การศึกษา ชาติพันธ์ และในเกือบทุกพื้นที่ทั่วประเทศ อย่างไรก็ดีมีรายงานว่าส่วนใหญ่ของผู้บริโภคในกลุ่มนี้จะอยู่อาศัยในพื้นที่ทางตะวันตกหรือ ตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศสหรัฐฯ

อุตสาหกรรมการผลิตอาหารอินทรีย์ของสหรัฐฯมีมูลค่าประมาณปีละ 9 พันล้านเหรียญฯ และคิดเป็นร้อยละ 2 ของอูตสาหกรรมอาหารทั้งสิ้นของสหรัฐฯ มีประมาณการณ์อัตราการเติบโตต่อปีว่าอยู่ใรระหว่างร้อยละ 20 – 25 การขยายตัวของอุตสาหกรรมอาหารอินทรีย์ของสหรัฐฯ เป็นผลมาจากการขยายตัวเข้าสู่ตลาดอาหารอินทรีย์ของบริษัทผลิตอาหารทั่วไปที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่

อุตสาหกรรมการค้าปลีกอาหารอินทรีย์ของสหรัฐฯในปี 2002 คาดว่าจะมีมูงค่าประมาณ 6.3 พันล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้นจากปี 2001 ประมาณร้อยละ 20 ปัจจุบันมีสัญญาณบ่งบอกให้เห็นถึงแนวโน้มของการขยายตัวเพิ่มขึ้นของการวางขายสินค้าอาหารอินทรีย์ในตลาด supermarket โดยทั่วไปร้านค้าปลีกสำคัญสำหรับสินค้าอินทรีย์ในปี 2001 เรียงตามลำดับยอดขายปลีกในปีนั้นคือ Whole Food Market ( 2.3 พันล้านเหรียญฯ ) Trader Joe’s ( 1.9 พันล้านเหรียญฯ ) Wild Oats (9 ร้อยล้านเหรียญฯ ) Hain Organic ( 1.5 ร้อยล้านเหรียญฯ ) Odwalla ( 1.3 ร้อยล้านเหรียญฯ ) และImagine Food ( 1 ร้องล้านเหรียญฯ )

การกำหนดมาตรฐานสินค้าอินทรีย์ของ USA

วันที่ 21 ตุลาคม 2002 เป็นวันที่กฎระเบียบของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯเรื่องมาตรฐานสินค้าอาหารอินทรีย์มีผลบังคับใช้โดยสมบูรณ์ และนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สินค้า organic ทั่วสหรัฐฯจะอยู่ในมาตราฐานเดียวกัน และจะมีการนำเครื่องหมาย USDA Organic มาใช้ติดบนสินค้าอาหารอินทรีย์ที่วางจำหน่ายในตลาด เพื่อระบุการยอมรับการเป็นสินค้า “organic” ที่แท้จริง

คำจำกัดความของ “organic

USDA กำหนดว่า คำว่า “organic” จะใช้ได้เฉพาะกับสินค้าเกษตร ( รวมถึงสัตว์น้ำที่จับจากแหล่งธรรมชาติและที่มาจากการเพาะเลี้ยง และอาหารสำหรับเลี้ยงปศุสัตว์ ) ที่เป็นสินค้าดิบและที่ผ่านกระบวนการแล้วทั้งนี้รวมถึงผลิตภัณฑ์เกษตรที่นำมาใช้ลักษณะเป็นเครื่องปรุง ( ingredient ) ที่ได้รับการผลิตและการจัดการเป็นไปตามกฎระเบียบ USDA ที่กำหนดไว้ว่าแล้วเท่านั้น คือ

  1. เนื้อสัตว์ เนื้อสัตว์ปีก และไข่ มาจากสัตว์ที่ไม่ได้ถูกให้ฮอร์โมนช่วยในการเติบโตหรือยาปฏิชีวนะต่างๆ ยกเว้นการให้อาหารเสริมประเภทไวตามินหรืดแร่ธาตุ ได้รับการเลี้ยงดูด้วยอาหารสัตว์ที่เป็น “organic” แลพในสภาพที่สัตว์มีเสรีภาพในการเคลื่อนที่ไปไหนๆ ได้อย่างเป็นอิสระ
  2. เป็นสินค้าที่ไม่ผ่านการตกแต่งแก้ไขทางพันธุกรรมหรือการฆ่าเชื้อโรคโดยการฉายรังสี
  3. เป็นธัญพืชที่ได้รับการปลูกบนผืนดินที่ไม่มีการใส่ปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยที่เป็นมูลสัตว์ การรักษาสภาพของดินกระทำโดยการเปลี่ยนชนิดของธัญพืชที่ปลูก ปลูกพืชคลุมดินหรือการใช้ปุ๋ยที่มาจากพืชและสัตว์
  4. ศัตรูพืชและโรคพืชได้รับการรักษาโดยการใช้แมลงที่เป็นศัตรูพืชของแมลงที่กำลังทำอันตรายต่อพืช หรือการดักจับ การใช้วิธีทางธรรมชาติในการขับไล่ หรือวิธีอื่นๆ ที่ไม่ใช่
  5. สสารที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นที่สามารถนำมาใช้ได้ในการผลิตพืชผลหรือการเลี้ยงสัตว์ที่เป็น organic เช่น alcohol, ethanol, calcium hypochlorite, chlorine dioxide, sodium hypochlorite, hydrogen peroxide, elemental sulfur, lime sulfur และ sulfur dioxide เป็นต้น ทั้งนี้จะมีการกำหนดไว้ว่าสารชนิดใดใช้กับการผลิตสินค้าประเภทใดหรือใช้ในลักษณะใด
  6. การจำกัดวัชพืชกระทำด้วยวิธีการพรวนดิน ใช้มือเก็บ ใช้เครื่องมือ หรือการคลุมดินและไม่ใช้สารเคมี
  7. ไม่มีการผสมสาร sulfites, nitrates หรือ nitrites ในระหว่างขบวนการผลิตหรือจัดการทั้งนี้ยกเว้นไวน์ที่มีการผสม sulfites อาจจะระบุบนฉลากได้ว่า “made with organic grapes”
  8. ไม่มีการใช้เครื่องปรุงชนิดเดียวกันแต่ในรูปที่ต่างกันคือทั้งที่เป็น organic และไม่ได้เป็น organic

การรับรองว่าเป็นสินค้า organic

การยื่นขอ Organic Certification ผู้ยื่นจะต้อง

1. ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการผลิตและจัดการสินค้า organic

2. จักทำแผนระบบการผลิตและการจัดการที่เป็น organic การนำแผนนั้นไปใช้ และการแก้ไขแผนนั้นให้ทันสมัยอยู่เสมอ ทั้งนี้แผนระบบการผลิตและการจัดการดังกล่าวแล้วจะต้องส่งมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ออกใบรับรองที่ได้รับรองจากรัฐฯแล้วว่ามีสิทธิในการออกใบรับรอง

3. ยินยอมให้มีการตรวจโรงงานทุกจุด และยอมให้มีการเข้าไปตรวจขบวนการปฏิบัติและการจัดการกับสินค้าทั้งที่เป็น organic และไม่ใช่ organic

4. เก็บรักษาบันทึกต่างๆ ที่เกี่ยวกับปฏิบัติการด้าน organic ไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี และยอมให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าไปดูบันทึกต่างๆ เหล่านั้นๆได้

5. ชำระค่าธรรมเนียมการขอใบรับรอง

6. ยื่นใบสมัครขอใบรับรองจากเจ้าหน้าที่ออกใบรับรองแล้วจากรัฐฯ ในใบสมัครระบุ

6.1 แผนระบบการผลิตและการจัดการที่เป็น organic

6.2 ชื่อบุคคลที่กรอกแบบฟอร์ม ชื่อทางธุรกิจของผู้สมัคร ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ใน กรณีที่ผู้สมัครเป็นธุรกิจในรูป corporation ต้องมีชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ของบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจให้ทำการแทนผู้สมัคร

6.3 ชื่อของเจ้าหน้าที่ออกใบรับรองฯ ที่ผู้สมัครได้เคยยื่นใบสมัครไว้แล้วในอดีต ปีที่ สมัคร ผลของการยื่นใบสมัคร สำเนาเอกสารต่างๆ ที่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ออกใบสมัใบรับรองฯ คำอธิบายของผู้สมัครว่าได้ทำการเปลี่ยนแปลงแก้ไขใดๆบ้าง ( ในกรณีที่ใบสมัครในครั้งแรกไม่ผ่าน )

การตรวจพิจารณาใบสมัคร เจ้าหน้าที่ออกใบรับรองฯจะตรวจเอกสารต่างๆ อย่างละเอียดและส่งเจ้าหน้าที่ไปทำการตรวจโรงงานผลิตโดยต้องมีเจ้าหน้าที่ของโรงงานที่มีความรู้ในเรื่องการผลิตเป็นอย่างดีร่วมอยู่ในการตรวจด้วยและรับการสัมภาษณ์จากเจ้าหน้าที่ที่ทำการตรวจก่อนที่จะทำการตัดสินใจและแจ้งผลให้แก่ผู้สมัคร

อายุของใบประกาศนียบัตร จะคงอยู่ตลอดไปถ้า

1. มีการจ่ายชำระค่าธรรมเนียมประกาศนียบัตรทุกปี

2. มีการจัดส่งแผนระบบการผลิตและการจัดการที่ได้มีการแก้ไขให้ทันสมัย

3. มีการจัดส่งข้อมูลอื่นๆ ให้แก่เจ้าหน้าที่ออกใบรับรองฯ เพื่อเป็นหลัดฐานว่าได้มีการปฏิบัติถูกต้องตามกฎระเบียบที่บังคับใช้

4. ไม่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐบาลที่เกี่ยวข้องทำการเพิกถอนประกาศนียบัตร

เครื่องหมาย USDA ORGANIC

เครื่องหมาย USDA ORGANIC มีอยู่ 3 ลักษณะด้วยกันคือ

1. พื้นขาว เส้นรอบวงสีน้ำตาล ตัวอักษร USDA สีเขียวบนพื้นขาวในครึ่งบนของวงกลม ตัวอักษร ORGANIC สีขาวบนพื้นเขียวในครึ่งล่างของวงกลม

2. พื้นขาวหรือโปร่งใส เส้นรอบวงสีดำ ตัวอักษร USDA สีดำบนพื้นขาวหรือโปร่งใสในครึ่งบนของวงกลม ตัวอักษร ORGANIC สีขาวหรือโปร่งใสบนพื้นดำในครึ่งล่างของวงกลม

3. ครึ่งล่างของวงกลมไม่ว่าจะเป็นสีเขียวหรือสีดำจะมีเส้นสี่เส้นตามรูปในลักษณะเหมือนร่องสวน

กฎระเบียบการปิดฉลากสินค้า “organic”

การปิดฉลากสินค้า organic แบ่งออกเป็น 4 ประเภทคือ

1. สินค้าที่วางจำหน่ายและปิดฉลากว่าเป็นสินค้า “100 percent organic” จะต้องมีส่วนผสมที่เป็น “organic” 100 เปอร์เซ็น ไม่ว่าจะโดยน้ำหนักหรือปริมาตรของเหลว ทั้งนี้ไม่รวมเกลือและน้ำ และจะต้องติด USDA ORGANIC seal ไว้ด้วย

2. สินค้าที่จะวางจำหน่ายและปิดฉลากว่าเป็นสินค้า “organic” จะต้องมีส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ผ่านการผลิตในลักษณะ “organic” ไม่ว่าจะในรูปของดิบหรือที่ผ่านขบวนการมาแล้ว ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 ไม่ว่าจะโดยน้ำหนักหรือปริมาตรของเหลว ทั้งนี้ไม่รวมเกลือและน้ำ เครื่องปรุงที่เหลือก็จะต้องได้รับการผลิตในลักษณะ “organic” นอกเสียจากว่าเครื่องปรุงต่างๆ ดังกล่าวไม่มีการผลิตเป็นจำนวนมากในลักษณะที่เป็นเพื่อการค้า หรือเป็นเครื่องปรุงที่ไม่ได้มาจากการผลิตภัณฑ์เกษตร

3. สินค้าที่วางจำหน่ายและปิดฉลากว่าเป็นสินค้า “made with organic (ระบุชื่อเครื่องปรุงหรือกลุ่มอาหาร)” ต้องมีเครื่องปรุงที่ได้รับการผลิตในลักษณะ organic ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ไม่ว่าจะโดยน้ำหนักหรือปริมาตรของเหลว ทั้งนี้ไม่รวมเกลือและน้ำ

4. สินค้าที่มีเครื่องปรุงที่ได้รับการผลิตแบบ organic ต่ำกว่าร้อยละ 70 ไม่ว่าจะโดยน้ำหนักหรือปริมาตรของเหลว ไม่รวมเกลือและน้ำ จะต้องได้รับการผลิตตามกรรมวิธีที่กฎหมายกำหนดไว้ จะไม่สามารถระบุว่าสินค้าเป็น organic แต่สามารถระบุเครื่องปรุงที่เป็น organic ได้

การระบุบนฉลาก จะต้องใช้คำว่า “organic” กับส่วนผสมทุกอย่างที่เป็น organic มีรูปสัญลักษณ์หรือตราเครื่องหมายของเจ้าหน้าที่ที่ทำการตรวจรับรองฯ และข้างใต้ชื่อผู้จัดการ ( handle ) สินค้าหรือผู้กระจายสินค้า ( distributor ) จะต้องมีข้อความระบุว่า “Certified organic by…..” หรือข้อความในความหมายคล้ายๆ กันนี้ พร้อมด้วยที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หรือ internet address ของเจ้าหน้าที่ที่ทำการตรวจรับรองฯ

การนำเข้าสิค้า “organic

National Organic Standards กำหนดว่าสินค้าผลิตภัณฑ์เกษตรที่ผลิตนอกสหรัฐฯและต้องนำเข้าสหรัฐฯในฐานะเป็นสินค้า “organic”

– จำเป็นต้องผ่านการรับรองจากเจ้าหน้าที่ออกใบรับรองที่ได้รับการยอมรับและขึ้นทะเบียนไว้กับกระทรวงเกษตรสหรัฐฯแล้ว

หรือ

– ได้รับการรับรองและยอมรับโดยผ่าน

( ก ) การประเมินที่ตรงกันกับที่ USDA รับรอง หมายถึง สินค้านั้นๆ ได้รับการผลิตและจัดการเป็นไปตามมาตรฐานของ National Organic Standards และได้รับการออกประกาศนียบัตรรับรองจากเจ้าหน้าที่ที่ USDA รับรองแล้ว การที่จะให้ USDA รับรองว่าเจ้าหน้าที่รายใดมีคุณสมบัติในการที่จะออกประกาศนีบัตรรับรองว่าสินค้านั้นๆ มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดใน National Organic Program ของ USDA ได้ รัฐบาลของประเทศนั้นๆ จะต้องทำการร้องขอให้ USDA ทำการพจารณา

หรือ

( ข ) การพิจารณาที่เทียบเท่ากับที่ USDA กำหนด หมายถึงว่า USDA ของสหรัฐฯ ได้พิจารณาแล้วว่า โปรแกรมการออกใบประกาศนียบัตรรับรองสินค้า organic ของรัฐบาลประเทศนั้นๆ เทียบเท่ากับมาตรฐานตามที่ระบุไว้ใน National Organic Program ของ USDA คำว่า “เทียบเท่า” ในที่นี้หมายถึงเทียบเท่าในด้านเทคนิคและวิธีการประเมิน ประเทศที่สหรัฐฯให้การยอมรับแล้วว่ามีวิธีกการประเมินผลที่เป็นไปในแนวทางเดียวกับสหรัฐฯคือ นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร สเปน คานาดา อิสราเอล และเดนมาร์ก ประเทศที่สหรัฐฯกำลังทำความร่วมมือในการตัดสินว่าจะยอมรับเท๕นิคที่ใช้อยู่หรือไม่คือ อินเดีย และญี่ปุ่น

– ต้องทำการปิดฉลากตามที่กฎหมายสหรัฐฯกำหนดไว้

หน่วยงานที่ควบคุมการจัดการทำกฎระเบียบสินค้า “organic”

แม้ว่ากระทรวงเกษตรสหรัฐฯโดยหน่วยงาน Agricultural Marketing Service ( AMS ) จะเป็นหน่วยงานที่จัดทำกฎระเบียบมาตรฐานสำหรับใช้ทั่วประเทศ แต่หน่วยงานระดับมลรัฐก็มีสิทธิที่จะออกกฎระเบียบเพิ่มเติมในส่วนของตนที่เป็นไปภายใต้ขอบเขตของกฎหมายรัฐบาลกลางที่ได้วางไว้แล้วและได้รับการยอมรับจากกระทรวงเกษตรสหรัฐฯแล้ว ปัจจุบันทุกมลรัฐมีกฎระเบียบเพิ่มเติมของตนเอง

สถานที่ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย

1. California Dept. of Food & Agriculutre

1220 N. ST., Room A-447, Sacramento, CA 95814

Tel: 916 654-4905, Fax: 916 654-0666

E-mail: rgreen@cdfa.ca.gov

2. Department of Health Services

Food Safety Section

Food and Drug Branch

P.O Box 942732

Sacramento, CA 95814

E-mail: jwaddell@dhs.ca.gov

บริษัทค้าปลีกสินค้า “organic” ที่สำคัญ 3 อันดับแรกของสหรัฐฯ

1. Whole Food Market

ถือได้ว่าเป็นร้านค้าปลีกสินค้าอาหารอินทรีย์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ มีสาขาประมาณ 139 ร้านทั่วสหรัฐฯ สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ Whole Foods Market, Inc., Research and Support Team 601 N. Lamar, Suite 300, Austin, TX 78703, Tel: 512 477-4455 สำนักงานสาขาในแคลิฟอร์เนียที่ 15315 Magnolia Blvd., Suite 320, Sherman Oaks, CA 91403, Tel: 818 501-8484, Fax: 818 990-7089 ดูแลในเขต Southern California และ Arizona, และสำนักงานสาขาที่ 5980 Horton Street, Suite 200,Emervyville, CA 94608, Tel: 510 428-7400, Fax: 510 428-7410 ดูแลในเขต Northern California, Oregon และ Washington

การติดต่อขายสินค้าให้แก่ Whole Foods Market สามารถกระทำได้โดยติดต่อผ่าน buyers ในแต่ละสาขา เนื่องจากแต่ละสาขามีการวางจำหน่ายสินค้าที่แตกต่างกัน ดังนั้น แต่ละสาขาจะเป็นผู้พิจารณาว่าจะซื้อสินค้าชนิดใดจากใคร การนำเสนอขายกระทำโดยการส่งข้อมูลโดยละเอียดของสินค้า พร้อมตัวอย่างสินค้าไปยังสำนักงานสาขา หากบริษัทฯสนใจจะซื้อจะทำการติดต่อกลับมาหาผู้เสนอสินค้าเอง

2. Trader Joe’s เป็นตลาดขายปลีกในลักษณะ chain stores มีสาขาประมาณ 175 แห่งในสหรัฐฯ ร้านค้าส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ ขายสินค้าเน้นไปที่ประเภทอาหารเพื่อสุขภาพและรวมถึงอาหารประเภท organic สินค้าส่วนใหญ่ที่วางจำหน่ายในร้านจะเป็นยี่ห้อของร้านตัวเอง สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ 800 S. Shamrock Ave., Monrovia, CA 91016, Tel: 626 599-3700, Fax: 626 301-4431

3. Wild Oats เป็นตลาดขายปลีกในลักษณะ chain stores ใหญ่เป็นอันดับสามของสหรัฐฯ มีสาขารวมทั้งสิ้น 99 ร้านตั้งอยู่ใน 23 มลรัฐฯและ British Columbia ในคานาดาภายใต้ชื่อต่างๆ กันคือ Wild Oats National Marketplace, Nature’s a Wild Oats Market, Capers Community Marketplace, Henry’s Marketplace และ Sun Harvest สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ 3375 Mitchell Ln., Boulder. CO 80301, Tel: 303 440-5220, Fax: 303 928-0022

สำนักงานส่งเสริมการค้าภายในต่างประเทศ ณ นครลอสแอนเจลิส

7 พฤศจิกายน 2545

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: