EU เสนอการปฏิรูปกฎระเบียบการผลิตเกษตรอินทรีย์

EU เสนอการปฏิรูปกฎระเบียบการผลิตเกษตรอินทรีย์ ซึ่งมีสาระสำคัญที่อาจมีผลต่อนโยบายการส่งเสริมการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรและอาหารอินทรีย์ของไทยดังนี้
จากแผนปฎิบัติการเพื่อการทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์และอาหารอินทรีย์ ภายใต้ชื่อ “European Action Plan for Organic Food and Farming” ซึ่งเป็นแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมการทำฟาร์มอินทรีย์      ตามนโยบายเกษตรร่วมของ EU ได้กล่าวถึงหลักการวางแผนที่สำคัญ ได้แก่
การวางแผนการตลาด เช่น การส่งเสริมการให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภค โดยการกำหนดหลักเกณฑ์การทำเกษตรอินทรีย์ที่ชัดเจนและโปร่งใส การพัฒนาข้อมูลสถิติเกี่ยวกับ อุปสงค์และอุปทานของสินค้าเพื่อใช้ในการวางนโยบายและการตลาด เป็นต้น
การวางนโยบายทางด้านการผลิต เช่น การสนับสนุนการทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นการสนับสนุนการวิจัยฟาร์มเกษตรอินทรีย์ เป็นต้น
การกำหนดมาตรฐานและการตรวจสอบให้อยู่ในรูปแบบเดียวกัน เช่น การพัฒนาและเสริมสร้างมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของประชาคมยุโรปและการควบคุมตรวจสอบการนำเข้า การปรับมาตรฐานให้สอดคล้องในระดับสากลการปรับมาตรฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ในเรื่องสวัสดิการภาพสัตว์ หรือการเพิ่มเติมมาตรฐานที่มีอยู่ให้สมบูรณ์ เช่น มาตรฐานสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เป็นต้น
สถานการณ์ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2548 ที่ผ่านมากรรมาธิการยุโรปด้านการเกษตรได้มีการเตรียมการเพื่อเสนอการปฏิรูปกฎระเบียบการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ใหม่ ซึ่งจะรองรับแผนปฏิบัติงานเกษตรอินทรีย์ดังกล่าวข้างต้น โดยจะมีการกำหนดวัตถุประสงค์และหลักการของเกษตรอินทรีย์ กฎระเบียบการติดฉลากที่ชัดเจน และกฎระเบียบการนำเข้า เพื่อให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นต่อสินค้าเกษตรอินทรีย์ รวมทั้งเกษตรกรสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบใหม่ได้ดีขึ้น ทั้งนี้หากฎระเบียบใหม่ผ่านความเห็นชอบ คาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป สำหรับแนวทางในการเสนอปรับกฎระเบียบใหม่จะครอบคลุมสาระสำคัญต่อไปนี้
กำหนดวัตถุประสงค์และหลักสำคัญของการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ โดยต้องคำนึงถึงสภาพทางภูมิศาสตร์และการพัฒนาของสินค้าเกษตรอินทรีย์
วางมาตรการต่างๆ เพื่อทำให้วัตถุประสงค์ และหลักการของเกษตรอินทรีย์ มีการปรับใช้อย่างเท่าเทียมกันในทุกขั้นตอนและในทุกภาคของการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ตั้งแต่สินค้าที่ทำจากสัตว์ และพืช การเพาะเลี้ยงสัตว์ สินค้าอาหารที่ใช้สัตว์ และรวมถึงในภาคการผลิตสินค้าอาหารเกษตรอินทรีย
การทำให้กฎระเบียบการปรับใช้เกี่ยวกับ GMO (Genetically Modified Organisms) หรือ สิ่งมีชีวิตคัดแปรพันธุกรรมมีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของเกณฑ์ระดับการปนเปื้อนเน้นถึง สินค้า GMO ที่ไม่สามารถติดฉลากอินทรีย์ได้และระดับการปนเปื้อนโดยไม่ได้ตั้งใจสามารถนำมาปรับใช้ได้สำหรับเมล็ดพืชตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
การบังคับใช้เครื่องหมาย (โลโก้) สำหรับสินค้าเกษตรอินทรีย์ หรือเลือกที่จะติดฉลากสิ่งชี้บ่งถึงเกษตรอินทรีย์ของ EU (EU – ORGANIC) โดยยังคงสามารถใช้เครื่องหมายหรือการติดฉลากของผู้ผลิตเองได้ต่อไป ทั้งนี้ สินค้าขั้นสุดท้ายจะต้องประกอบด้วยเกษตรอินทรีย์อย่างน้อย 95 % และการกำหนดข้อบังคับอย่างเข้มงวดสำหรับติดฉลากและการโฆษณาเพื่อทำให้เกิดการส่งเสริม “ แนวคิดร่วม ” ของสินค้าเกษตรอินทรีย์อย่างแท้จริง
การเสริมความสำคัญในด้านพื้นฐานความเสี่ยงและการปรับปรุงคุณภาพของการควบคุม โดยวางระบบการควบคุมไปยังระบบที่เป็นทางการของ EU ที่จะปรับใช้กับอาหารและอาหารสัตว์ทั้งหมด
การปรับปรุงการจำหน่ายสินค้าอินทรีย์ให้มีความคล่องตัวมากขึ้น โดยการกำหนดมาตรฐานที่เข้มงวดและการเสริมระบบมาตรฐานเป็นที่รู้จักร่วมกันและลดปัญหาการควบคุมของกฎระเบียบเคร่งครัดที่แตกต่างกัน ในแต่ละประเทศสมาชิก
การพัฒนากฎหมายการนำเข้าถาวร โดยใช้พื้นฐานของการนำเข้าโดยตรงสำหรับสินค้าที่มีการปรับใช้มาตรฐานอย่างเต็มรูปแบบหรือจากพื้นฐานระบบความเท่าเทียม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: